|
| วันแรก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ |
| 21.00 น. |
พร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ บริเวณชั้น 4 (ผู้โดยสารขาออก) เพื่อเตรียมตัวเดินทาง นำท่านผ่านขั้นตอนการเช็คอินของ สายการบินไทย ประตู 4 เคาน์เตอร์ D
|
|
|
| วันที่สอง ฟุกุโอกะ - นางาซากิ - สวนสันติภาพ - เฮาส์เทนบอช |
| 00.50 น. |
เหิรฟ้าสู่ สนามบินฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 648
(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง / เวลาท้องถิ่นจะเร็วกว่าประเทศไทย 2 ชั่วโมง)
|
| 08.00 น. |
เดินทางถึงสนามบินฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว “ฟุกุโอกะ” เป็นเมืองเล็ก ๆ ของแดนอาทิตย์อุทัย ใครได้ไปสัมผัสแล้วจะหลงใหลเสน่ห์ของเมืองนี้ที่แม้จะเต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้า แต่ก็แฝงกลิ่นอายของวัฒนธรรมโบราณอันสงบเงียบ เมืองเล็ก ๆ แห่งนี้จึงมีทั้ง 2 อารมณ์ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส เสน่ห์ของฟูกูโอกะ เลื่องชื่อจนได้รับการจัดอันดับของนิตยสาร ASIA Week ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดในเอเชีย ขณะที่สหประชาชาติทำนายว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่มีอัตราการเติบโตสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากลาสเวกัส นำท่านเดินทางสู่เมือง นางาซากิ (NAGASAKI) เมืองเก่าแก่อันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ เมื่อครั้งอดีต เมืองนี้ถือเป็นเมืองท่าที่มีการติดต่อค้าขาย แลกเปลี่ยนอารยะธรรมต่าง ๆ กับโลกตะวันตก ซึ่งมาเผยแผ่เข้าสู่ประเทศญี่ปุ่น นางาซากิถือเป็นเมืองท่าแห่งเดียว ที่เป็นหน้าต่างไปสู่ต่างประเทศ ติดต่อกับเกาหลี หรือประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะเห็นได้จากร่องรอยทางวัฒนธรรมจากประเทศจีน และประเทศแถบยุโรป ที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในนางาซากิ ในนางาซากิมีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย อาทิเช่น สวนแห่งสันติภาพ ไชน่าทาวน์ และวิวกลางคืนอันสวยงามติดอันดับหนึ่งในสามของญี่ปุ่น นำท่านชมรอบๆ บริเวณ “อะตอมมิคบอมบ์” เพื่อย้อนรำลึกถึงครั้งที่กองทัพสหรัฐฯ “ทิ้งระเบิดปรมณู” ที่เมืองนางาซากิ วันที่ 9 สิงหาคม ค.ศ.1945 ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 หลงเหลือไว้เพียงความโศกเศร้า และซากสิ่งก่อสร้างที่ปรักหักพังยังคงอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้ระลึกถึง ซึ่งนับว่าเป็นเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงต่อประเทศญี่ปุ่น และเป็นสิ่งที่ทำให้คนญี่ปุ่นปลูกฝังให้เป็นมีความเป็นชาตินิยม ขยันและอดทนรุ่นต่อรุ่น ...นำท่านร่วมลำลึกถึงเหล่าวีระบุรุษผู้กล้าและชมอนุสรณ์สถานที่ “สวนสันติภาพ” ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 เรียกว่า “สงครามมหาเอเชียบูรพา” ภายในมีอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงความโหดร้าย ของสงครามที่ผ่านมาและการมองให้เห็นถึงสันติภาพในอนาคตซึ่งจะเป็นที่มาแห่งความสงบร่มรื่นต่อไป
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เฮ้าส์เทนบอช หรือ “หมู่บ้านฮอล์แลนด์” (HUIS TEN BOSCH) (ค่าทัวร์รวมเฉพาะบัตรผ่านประตูใหญ่ ไม่รวมค่าเครื่องเล่น) หมู่บ้านฮอลแลนด์แห่งเดียวของญี่ปุ่นที่เมืองซาเซโบะ เฮ้าส์เทนบอชเป็นเมืองชายทะเลเปิดใหม่ มีห้องพักสไตล์ยุโรปสุดหรู เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศของหมู่บ้านฮอลแลนด์ ชมไม้ดอกที่บานสะพรั่งตลอดทั้งปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ดอกทิวลิป” มีกังหันลมขนาดยักษ์และอาคารก่ออิฐที่มีความสง่างามเรียงรายสลับสีเป็นทิวแถว ภายในเฮ้าส์เทนบอชยังมีโรงภาพยนตร์แบบซีมูเลชั่น โรงภาพยนตร์ 3 มิติ เครื่องเล่นไฮเทคนานาชนิด และ ร้านค้าขายของที่ระลึกอีกมากมาย
|
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตาคาร
|
| ที่พัก |
ANA HOTEL NAGASAKI GLOVERHILL หรือเทียบเท่า
|
| วันที่สาม โบสถ์คริสโอยูระ – สวนดอกไม้คุราบา – ล่องเรือสู่เมืองคุมาโมโต้ – ปราสาทคุมาโมโต้ – คุมาโมโต้ |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
หลังอาหารนำท่านสู่ โบสถ์คริสโอยูระ เป็นโบสถ์ชาวโรมันคลาทอริคในจังหวัดนางาซากิ ถูกสร้างขึ้นหลังจากหมดวาระของนโยบาย Seclution ซึ่งเป็นนโยบายห้ามชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศญี่ปุ่นและห้ามคนญี่ปุ่นออกนอกประเทศ ใครฝ่าฝืนโดนโทษประหารอย่างเดียว ในปี 1630 ชาวญี่ปุ่น26คนถูกสังหารโดยการตรึงไม้กางเขนและถูกผลักดันลงใต้ดิน แต่250ปีต่อมา ชาวคริสกลับมาค้นพบว่ายังมีพวกศาสนาคริสที่แอบซ่อนอยู่ยังมีชีวิตรอดมาได้ มันเป็นเวลาหลายปีมาแล้วที่อาคารสไตล์ตะวันตกนั้นเป็นที่ถูกประกาศว่าเป็นสมบัติของชาติและกล่าวกันว่าเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น... เดินทางสู่ สวนดอกไม้คุราบา เป็นสวนในจังหวัด นางาซากิ สร้างไว้สำหรับ นาย โทมัส โกลเวอร์ซึ่งเป็นชาวสก๊อตซึ่งเป็นนายทุนที่มีส่วนให้ความทันสมัยแก่ญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นด้านการต่อเรือ ทำเหมืองถ่านหิน ที่พักของนายโกลเวอร์นี้ถือว่าเป็นบ้านสไตล์ยุโรปที่เก่าแก่ที่สุด และตั้งอยู่ที่เนินเขามินามิยามาเตะ ซึ่งบริเวณนี้จะสามารถมองเห็นวิวที่สวยงามของอ่าวนางาซากิ...นำท่านสู่ท่าเรือชิมาบารุ ล่อเรือสู่ท่าเรือเมืองคุมาโมโต้(ใช้เวลาล่อเรือประมาณ 30 นาที)ระหว่างนี้ท่านสามารถเพลิดเพลินกับการให้อาหารนกนางนวล เมืองคุมาโมโต้เป็นเมืองที่มีธรรมชาติค่อนข้างสมบูรณ์ เป็นเมืองที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญสมัยสงครามโลก และมีท่าเรือที่สำคัญหลายท่าเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟสองลูกคือ ภูเขาไฟอะโสะและภูเขาไฟคิวยิว
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ปราสาทคุมาโมโต้ ประเทศญี่ปุ่น เป็นประสาทที่สร้างในปี ค.ศ.1607 (พ.ศ.2150) นับเป็นปราสาทสำคัญมากแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ช่วงก่อสร้าง มีการปลูกต้นแปะก๊วย เพื่อเป็นหลักประกันว่าผู้อยู่อาศัยในปราสาทจะมีอาหารรับประทานหากมีการรบเกิดขึ้น คงกลายเป็นที่มาของชื่อปราสาทอีกชื่อว่า จินแนน-โจ (ปราสาทแห่งต้นจินโกะ หรือแปะก๊วย) พื้นที่อาณาบริเวณของปราสาทยาวประมาณ 9 กิโลเมตร รวมพื้นที่บริเวณปราสาท ราว 980,000 ตารางเมตร (โหว?) ตัวปราสาทมีหอคอยสูง 2 หอ ทำให้สามารถมองได้รอบทิศจากมุมสูง หอใหญ่จะสูง 30 เมตร (ประมาณตึก 10 ชั้น) หอเล็กสูง 19 เมตร ปราสาทเดิมถูกทำลายด้วยไฟ ในปี ค.ศ.1877 (พ.ศ. 2420) และได้สร้างใหม่ในปี ค.ศ.1960 (พ.ศ.2503) ปราสาทนี้เป็นที่รู้จักกันดีในญี่ปุ่นจากกลยุทธ์สถาปัตยกรรมที่ก่อสร้างตามแนวกว้าง ความสวยงามของเส้นโค้งของฐานปราสาทที่เป็นหินโค้งสวยไล่ระดับไปจนถึงตัวปราสาท เทคนิคที่สวยงามกลับทำให้ศัตรูยากที่จะเข้าถึงหรือโจมตีได้
|
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
|
| ที่พัก |
ASO FARM VILLAGE HOTEL หรือเทียบเท่า
|
| วันที่สี่ ภูเขาไฟอะโช - สะพานยูเมะ – หมู่บ้านยูฟุอิน – เปปปุ |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ยอดเขาไดคานโอะ ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขาไฟอะโสะ ภูเขาไฟที่มีปากปล่องใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยความกว้าง 18 กิโลเมตร และเส้นรอบวง 24 กิโลเมตร เป็นภูเขาไฟที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ ซึ่งสามารถมองเห็นการไหลของลาวาได้ตามรอยแยก ภูเขาไฟนี้เป็นศูนย์กลางของเกาะคิวชู ...นำท่านเดินทางสู่สะพานยูเมะ สะพานแขวนที่ให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมธรรมชาติและงดงามของหุบเขา มีความยาวถึง 173 เมตรตั้งอยู่เหนือหุบเขานารูโกะ มีความสูง 777 เมตร จากระดับน้ำทะเล ถือเป็นสะพานที่ใหญ่ที่สุดในเกาะทางตอนใต้ของญี่ปุ่น
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
...นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านยูฟูอิน (YUFUIN) เป็นหมู่บ้านเล็กๆทางตอนกลางของจังหวัดโออิตะ บนเกาะคิวชู อากาศที่นี้จะเย็นกว่าที่ฟุกุโอกะ เป็นต้นแบบหมู่บ้าน OTOP ของญีปุ่น และเป็นเมืองนี้มีชื่อเสียงอีกอย่างในเรื่องของน้ำพุร้อน ภายในเมืองมีทะเลสาบ Lake Kinrin ทะเลสาบที่เป็นจุดชมใบไม้แดงได้สวยอีกแห่งหนึ่งของหมู่บ้านยูฟูอิน ... จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่ เมืองเบปปุ (BEPPU) ซึ่งเป็นเมืองสำคัญแห่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงมากในเรื่องน้ำแร่ และในแต่ละพื้นที่ก็จะมีลักษณะขององค์ประกอบในน้ำแร่ไม่เหมือนกัน ซึ่งคุณสมบัติที่ช่วยรักษาสุขภาพร่างกายในด้านต่างๆ ก็แตกต่างกันไปอีกเช่นกัน อาทิเช่น รักษาโรคไขข้อ ปวดกล้ามเนื้อ หรือรักษาผิวพรรณ
|
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม บริการท่านด้วย เซ็ทอาหารญี่ปุ่น “ไคเซกิ” แบบเบปปุ ซึ่งจะเป็นอาหารที่นึ่งจากบ่อน้ำร้อนจิโกคุแทนหม้อชาบูชาบู “อาหารชุดไคเซกิ” เป็นอาหารของคนชั้นสูงระดับไดเมียว รับประทานกันในสมัยก่อนส่วนใหญ่แล้วจะทานกันในช่วงพิธีชงน้ำชาญี่ปุ่น ไคเซกิก็มีหลากหลายสไตล์ต่างๆ กันไป ในสำรับก็จะมีเท็มปุระ, ปลาดิบ, ชุดชาบู, อาหารทานแกล้ม, ข้าว,ซุปมิโซะ, ของหวานเป็นเค้กซอฟท์ครีมสดสตอเบอร์รี่
|
| ที่พัก |
BEPPU RYOCHIKUBETTEL HOTEL หรือเทียบเท่า ให้ท่านได้สัมผัสบรรยากาศการอาบน้ำแร่ “ออนเซน” ให้ท่านได้ผ่อนคลาย ลดความตึงเครียดของร่างกาย ซึ่งชาวญี่ปุ่นเชื่อกันว่าถ้าได้แช่น้ำแร่แล้วจะทำให้ผิวพรรณสวยงามและช่วยให้ระบบหมุนเวียนโลหิตดี
|
| วันที่ห้า เปปปุ – บ่อน้ำแร่นรก – ฟุกุโอกะ |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก ...จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ บ่อน้ำแร่นรก บ่อโคลนที่เดือดตามธรรมชาติ อยู่ระหว่างหาดเปปปุและภูเขาซึรุมิ เกิดจากความร้อนใต้พื้นดิน ที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุอย่างแร่กำมะถันซึ่งแต่ละบ่อจะมีสีสันที่แตกต่างกันออกไป ตามอุณหภูมิ เช่น สีแดงเลือดหมู สีม่วงไพลิน ทำให้ท่านรู้สึกเหมือนยืนอยู่ท่ามกลางแดนนรก จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองฟุกุโอกะ
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร ... เมือง “ฟุกุโอกะ” นำท่านชม “ศาลเจ้าดาไซฟุ” วัดชินโตเก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของจังหวัดฟุกุโอกะ เป็นที่สถิตของเทพเจ้าแห่งความรู้ จึงมีนักเรียนนิสิต นักศึกษามากราบไหว้ขอพร เพื่อการศึกษาไม่เว้นแต่ละวัน บรรยากาศภายในศาลเจ้าดาไซฟุเป็นศาลเจ้าที่ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้ขนาดใหญ่ที่ทอดยาวสู่ลำธารสัมผัสได้ถึงความสงบของจิตใจ ชาวญี่ปุ่นที่ไปนมัสการขอพรนั้นจะต้องมีพิธีการตั้งแต่ล้างมือในบ่อน้ำให้สะอาด จากนั้นก็จะใช้เหรียญ 5 เยน ซึ่งมีรูตรงกลาง โยนลงไปตรงบ่อด้านหน้าของเทพเจ้า พนมมือไหว้ พร้อมกับตบมือ 3 ครั้งแล้วก้มลงกราบ เป็นอันเสร็จพิธี และระหว่างทางเข้าศาลเจ้าจะมี “ น้ำเต้า ” แขวนอยู่เต็มไปหมดซึ่งเชื่อกันว่าถ้าเขียนชื่อเด็กแรกเกิดใส่ลงไปในน้ำเต้าแล้วเทพเจ้าจะคุ้มครองเด็กปลอดภัย จากนั้นนำท่านสู่ “คะแนล ซิตี้” แหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ของเมืองฟุกุโอกะ ... เพรียบพร้อมไปด้วย โรงภาพยนตร์กว่า 13 โรง, สวนสนุกธีมปาร์คขนาดใหญ่และทันสมัย, ร้านค้ามากมายกว่าร้อยร้าน ให้ท่านได้เลือก “ชมและซื้อ” สินค้ามากมายในราคาน่าพอใจตามอัธยาศัย ... หรือจะเลือกไปเพลิดเพลินที่ “เทนจิน ช้อปปิ้งมอลล์” ย่านเทนจินย่านช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียงของฟุคุโอกะ ให้ท่านได้ช้อปปิ้งห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆมากมาย ทั้งห้างอิเซตัน มิตสึโคชิรวมทั้งร้านค้าใต้ดินมากมายที่จะให้ได้ซื้อสินค้านานาชนิด นำท่านสู่ ราเมง สเตเดี้ยม (RAMEN STADIUM) ท่านสามามารถเลือกลิ้มลอง ราเมง รสชาติดั้งเดิม ซึ่งท่านไม่ควรพลาด เพราะ ฮากาตะ ราเมง (HAKATA RAMEN) ได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดราเมงของญี่ปุ่น ราเมง สเตเดี้ยม (Ramen Stadium) ได้รวมสุดยอดร้านราเมงเอาไว้มากมาย รสชาติและสีสันแตกต่างกัน
|
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม
|
| ที่พัก |
HOTEL NEW OTANI HAKATA หรือเทียบเท่า |
| วันที่หก ฟุกุโอกะ – กรุงเทพฯ |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบินฟุกุโอกะ
|
| 11.35 น. |
เหิรฟ้าสู่เมืองไทย โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 649
|
| 14.55 น. |
เดินทางถึงเมืองไทย โดยสวัสดิภาพ
|