ไหว้พระธาตุประจำปีเกิดของปีมะเมีย ณ พระมหาเจดีย์ชเวดากองที่ย่างกุ้ง
ไหว้พระธาตุมุเตา พระธาตุศักดิ์สิทธิ์ของหงสา..สูงที่สุดของพม่า
สักการะพระธาตุอินทร์แขวน พระธาตุประจำปีเกิดของปีจอ
ขอพรพระอุปคุต จกบาตรที่เชื่อว่า ใครได้ไหว้จะร่ำรวยเงินทองและโชคลาภ
ณ เจดีย์กลางน้ำเยเลพญา เมืองสิเรียม
|
| วันแรก กรุงเทพฯ-ย่างกุ้ง – สิเรียม - เจดีย์โปตาทาวน์-เทพทันใจ-เทพกระซิบ-เจดีย์ชเวดากอง-โชว์พื้นเมือง |
| 06.00 น. |
พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้โดยสายขาออก ชั้น 4 (ประตู 3-4 ) เคาน์เตอร์ D สายการบินไทย (TG) เจ้าหน้าที่ของบริษัท คอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่าน
|
| 08.00 น. |
ออกเดินทางสู่ กรุงย่างกุ้ง โดยเที่ยวบินที่ TG 303 (เวลาที่พม่าช้ากว่าเมืองไทย 30 นาที) **บริการอาหารบนเครื่อง**
|
| 08.45 น. |
เดินทางถึงสนามบินนานาชาติ เม็งกะลาดง เมืองย่างกุ้ง หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้า ท่านเดินทางสู่ เมืองสิเรียม โดยรถโค้ช ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชั่วโมง ชมความสวยงามแปลกตาของเมือง ซึ่งเมืองนี้เคยเป็นเมืองท่าของโปรตุเกสในสมัยโบราณ ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำย่างกุ้ง ที่เชื่อมต่อกับแม่น้ำอิระวดี นำท่านชม พระเจดีย์เยเลพญา บนเกาะกลางน้ำ ที่เป็นที่สักการะของชาวสิเรียม นำท่านไหว้สักการะเพื่อขอ พรพระจกบาตร หรือ พระอุปคุป ที่เป็นที่นับถือของชาวพม่า ที่บริเวณท่าเทียบเรือบนเกาะเลี้ยงปลาดุกตัวขนาดใหญ่นับร้อย ๆ ตัว สามารถซื้ออาหารที่ว่ายวนเวียนให้ท่านได้เห็นครีบหลังที่โผล่เหนือผิวน้ำสามารถซื้ออาหารเลี้ยงปลาดุกตัวขนาดใหญ่นับร้อย ๆตัวที่ว่ายวนเวียนให้ท่านได้เห็นครีบหลังที่โผล่เหนือผิวน้ำ สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับ ย่างกุ้ง
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านชม เจดีย์โปตาทาวน์ ตามตำนานเล่าขานว่าเมื่อราว 2000 ปีก่อน พระเจ้าโอกะลาปะ กษัตริย์ มอญทรงบัญชาให้นายทหารระดับแม่ทัพตั้งแถวถวายสักการะแด่พระเกศธาตุที่นายวาณิชสองพี่น้องอัญเชิญมาทางเรือและมาขึ้นฝั่งเมืองตะเกิง หรือดากอง ณ บริเวณนี้จึงสร้างเจดีย์โบตะทาวน์ไว้เป็นที่ระลึก พร้อมทั้งแบ่งพระพุทธเกศา 1 เส้น มาบรรจุไว้ก่อนนำไปบรรจุในมหาเจดีย์เวดากองและเจดีย์สำคัญอื่น ๆเจดีย์โบดาทาวน์ จึงเป็นหนึ่งในมหาบูชาสถานของชาวมอญและพม่าเรื่อยมา จนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 เครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรได้ทิ้งระเบิดถล่มย่างกุ้งทำให้เจดีย์โบดาทาวน์องค์เดิมถูกทำลายพินาศ แต่ในระหว่างการบูรณะได้ค้นพบผอบทรงสถูปบรรจุพระเกศธาตุและพระบรมสารีริกธาตุครั้นเมื่อเจดีย์โบดาทาวน์องค์ใหม่ สร้างเสร็จในปี พ.ศ. 2496 จึงนำพระเกศธาตุมาบรรจุในมณฑปครอบแก้วใส ประดิษฐาน ณ ใจกลางเจดีย์ และทำช่องทางให้พุทธศาสนิกชนเดินเข้าไปดูและสักการบูชาได้อย่างใกล้ชิดนอกจากนี้ยังมีสิ่งที่นาชมในอาณาบริเวณเจดีย์โบดาทาวน์คือ พระพุทธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวา ซึ่งเป็นพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงามยิ่งนัก ตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ใน พระราชวังมัณฑะเลย์ครั้นเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษในปี พ.ศ. 2428 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลกัตตาในอินเดียทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรที่ถล่มวังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดไปแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบิร์ตนอกจากพระพุทธรูปทองคำ จากนั้นนำท่านนมัสการ พระเทพทันใจ เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่า และชาวไทยที่นิยมมากราบไหว้ขอพรและเพื่อความเป็นสิริมงคล และไม่พลาดที่จะขอพร เทพกระซิบ เทพศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่าอยู่ภายในอาคารตรงข้ามกับ เจดีย์โปตาทาวน์ โดยการขอพรต้องเข้าไปกระซิบที่ข้างหู จากนั้นนำชม เจดีย์ชเวดากอง เจดีย์ทองแห่งเมืองดากองหรือตะเกิง (ชื่อเดิมของเมืองย่างกุ้ง) แห่งลุ่มน้ำอิระวดี มหาเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศพม่า มีความสูงถึง 326 ฟุต สร้างโดยพระเจ้าโอกะลาปะ เมื่อกว่า 2,000 ปีก่อน มหาเจดีย์ ชเวดากองมีทองคำโอบหุ้มอยู่เป็นน้ำหนักถึง 1100 กิโลกรัม ยอดฉัตรประดับประดาด้วยเพชรพลอยอัญมณีล้ำค่ากว่า 5,548 เม็ด รวมถึงทับทิม ขนาดเท่าไข่ไก่รอบๆ องค์พระเจดีย์ชเวดากองเป็นลานกว้างรองรับแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนได้จำนวนมาก บริเวณทางขึ้นทั้งสี่ทิศจะมีวิหารโถง สร้างด้วยเครื่องไม้หลังคาทรงปราสาท ปิดทองล่องชาดประดับกระจกทั้งหลัง ภายในประดิษฐานพระประธานสำหรับให้ประชาชนมากราบไหว้บูชา เพราะชาวมอญและชาวพม่าถือการกราบไหว้บูชาเจดีย์ชเวดากองเป็นนิตย์ จะนำมาซึ่งบุญกุศลอันเป็นหนทางสู่การหลุดพ้นทุกข์โศกโรคภัยทั้งมวล บ้างนั่งทำสมาธิเจริญสติภาวนานับลูกประคำ และบ้างเดินประทักษัณรอบองค์เจดีย์ จากนั้นให้ท่านชมแสงของอัญมณีที่ประดับบนยอดฉัตรโดยจุดชมแต่ละจุดท่านจะได้เห็นแสงสีต่างกันออกไป เช่น สีเหลือง, สีน้ำเงิน, สีส้ม, สีแดง เป็นต้น
|
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร แบบบุฟเฟ่ต์ นานาชนิดให้ท่านได้ลิ้มรสอาหารพื้นเมืองแบบพม่า พร้อมชมการแสดงนาฏศิลป์ของพม่า อันงดงามอ่อนช้อย ณ ภัตตาคารการะเวก บนทะเลสาบหลวง ภัตตาคารนี้สร้างในปีที่ 2513 เลียนแบบเรือกัญญาหัวเรือเป็นรูปนกการะเวก สัตว์ในวรรณคดีป่าหิมพานต์ ท่านสามารถเห็นทิวทัศน์ของพระมหาเจดีย์ชเวดากองได้งดงามน่าประทับใจอย่างยิ่ง
|
|
พักที่ PARK ROYAL HOTEL หรือเทียบเท่า (ระดับ 5 ดาว)
|
| วันที่สอง หงสาวดี-วัดไจ๊คะวาย - วัดพระไฝเลื่อน- พระธาตุอินทร์แขวน |
| เช้า |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารในโรงแรม หลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ เมืองหงสาวดี ซึ่งในอดีตเป็นเมืองหลวงที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองมอญโบราณที่ยิ่งใหญ่และอายุมากกว่า 400 ปี อยู่ห่างจากย่างกุ้ง (ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.45 ชม.) นำท่าน ร่วมทำบุญตักบาตร ณ วัดไจ้คะวาย ซึ่งเป็นวัดสำคัญมีพระสงฆ์จำพรรษากว่า 1,000 รูป อีกทั้งวัดนี้ยังเป็นสถานที่ศึกษาธรรมของพระและสามเณรอีกด้วย (หมายเหตุ: สำหรับของที่ใช้ทำบุญตักบาตร ต้องเตรียมเป็นอาหารแห้ง จากเมืองไทย อาทิเช่น มาม่า, ปลากรอบ, หมูหยอง, หรือขนม เป็นต้น หากท่านใดไม่สะดวกสามารถถวายเป็นปัจจัยได้เช่นกัน)
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (พิเศษกุ้งแม่น้ำ) หลังอาหารนำท่านออกเดินทางสู่พระธาตุอินทร์แขวน ระหว่างทางผ่านชมแม่น้ำสะโตง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งในอดีตขณะที่ สมเด็จพระนเรศวรกำลังรวบรวมคนไทยกลับอโยธยา ได้ถูกทหารพม่าไล่ตามซึ่งนำทัพโดย สุรกรรมาเป็นกองหน้า พระมหาอุปราชาเป็นกองหลวง ยกติดตามกองทัพไทยมา กองหน้าของพม่าตามมาทันที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตง ในขณะ ที่ฝ่ายไทยได้ข้ามแม่น้ำไปแล้ว พระองค์ได้คอยป้องกันมิให้ข้าศึกข้ามตามมาได้ ได้มีการปะทะกันที่ริมฝั่งแม่น้ำสะโตง สมเด็จพระนเรศวรทรงใช้พระแสงปืนคาบชุดยาวเก้าคืบ ยิงถูกสุรกรรมา แม่ทัพหน้าพม่าเสียชีวิตบนคอช้าง กองทัพของพม่าเห็นขวัญเสีย จึงถอยทัพ กลับกรุงหงสาวดี พระแสงปืนที่ใช้ยิงสุรกรรมาตายบนคอช้างนี้ได้นามปรากฏต่อมาว่า "พระแสงปืนต้นข้ามแม่น้ำสะโตง" นับเป็นพระแสง อัษฎาวุธ อันเป็นเครื่องราชูปโภค ยังปรากฏอยู่จนถึงทุกวันนี้ นำท่านนมัสการวัดไจ๋ป๋อรอ (วัดพระไฝเลื่อน) มีอายุมากกว่า 2,000 ปี ซึ่งมีเรื่องเล่ามากมายเกี่ยวกับ สถานที่แห่งนี้ รายการ National Geographic Society ได้เคยมาถ่ายทำสารคดีที่นี้มากกว่า 10 ครั้งซึ่งในแต่ละครั้ง ตำแหน่งไฝที่บริเวณหน้าผากจะไม่ตรงกันเลย ซึ่งเป็นเรื่องมหัศจรรย์มาก นำท่านเดินทางสู่ พระธาตุอินทร์แขวน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที(ต้องเปลี่ยนเป็นรถท้องถิ่น)เมื่อถึงยอดดอยแล้วพาท่านเดินต่อไปยังองค์พระธาตุอินทร์แขวนชมทัศนียภาพอันสวยงามของสองข้างทางพร้อมสัมผัสความเย็นซึ่งจะค่อย ๆ เย็นขึ้นเรื่อย ๆ เดินทางจนถึงที่พัก
|
| ค่ำ |
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารในโรงแรม หลังอาหารค่ำที่โรงแรม เชิญท่านไปนมัสการพระธาตุ ตามอัธยาศัยบริเวณ พระธาตุอินทร์แขวน หรือก้อนหินทอง ซึ่งเป็นเจดีย์ขนาดเล็กสูง 5.5 เมตร ตั้งอยู่บนก้อนศิลาใหญ่ปิดทอง ที่วางหมิ่นเหม่ อยู่บนหน้าผา ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ โดยเชื่อว่าถ้าผู้ใดได้มานมัสการพระธาตุอินทร์แขวนนี้ครบ 3 ครั้ง ผู้นั้นจะมีแต่ความสุขความเจริญ พร้อมทั้งขอสิ่งใดก็จะได้สมดั่งปรารถนาทุกประการ สามารถนั่งสมาธิหรือสวดมนต์ได้ตลอดคืน สำหรับท่านที่ต้องการนมัสการกลางแจ้งเป็นเวลานาน ที่บริเวณระเบียงที่ยื่นสู่พระเจดีย์ไจ้เที่ยว ควรเตรียมเสื้อกันหนาว หรือกันลมหรือผ้าห่ม ผ้าพันคอ เบาะรองนั่งเนื่องจากบริเวณพื้นที่นั้นมีความเย็นมาก พระเจดีย์องค์นี้เปิดตลอดคืนแต่ประตูเหล็กที่เปิดสำหรับสุภาพบุรุษ จะเปิดถึงเวลา 22.00 น.
|
|
พักที่ KYAIKHTO HOTEL หรือเทียบเท่า
|
| วันที่สาม หงสาวดี-พระธาตุมุเตา-พระราชวังบุเรงนอง-พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียง-วัดสัมฤทธิ์-วัดไจ๊ปุ่น-ไชน่าทาวน์ |
| 05.00 น. |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม และจัดเก็บสัมภาระเพื่อเดินทางกลับ
|
| 06.00 น. |
ออกเดินทางกลับ พร้อมนำท่านเดินทางสู่กรุงหงสาวดี นำท่านชม เจดีย์ชเวมอดอร์ หรือพระธาตุมุเตา (1 ใน 5 สิ่งศักดิ์สิทธิ์ของพม่า) ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สูงที่สุดในหงสาวดี สัญลักษณ์ยืนยันความเจริญรุ่งเรือง อีกทั้งยังเป็นเจดีย์คู่บ้านคู่เมืองของกรุงหงสาวดีมาช้านาน นำท่านสู่จุดอธิษฐาน ซึ่งเป็นจุดที่ยอดฉัตรของเจดีย์มุเตาหักตกลงมา เมื่อตอนเกิดแผ่นดินไหวในพม่า ชมสถานที่ซึ่งมีความสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของไทย คือ บริเวณที่เคยเป็น พระราชวังของพระเจ้าบุเรงนอง ซึ่งปัจจุบันกรมศิลปากรพม่าได้ทำการขุดค้นฐานของพระราชวัง แล้วก่อสร้างตัวอาคารจำลองบรรยากาศของพระราชวังในสมัย
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านนมัสการ พระพุทธไสยาสน์ชเวตาเลียง กราบนมัสการพระพุทธรูปนอนที่ที่มีพุทธลักษณะที่สวยงามในแบบของมอญ ในปี พ.ศ.2524 ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของชาวพม่าทั่วประเทศ และเป็นพระนอนที่งดงามที่สุดของพม่า อีกทั้งท่านสมารถที่จะเลือกหา เครื่องไม้แกะสลัก ที่มีให้เลือกมากมาย อาทิ ไม้หอมแกะ, กล่องนามบัตร, เรือสำเภา, กระเป๋า เป็นต้น ตลอดสองข้างทาง จากนั้นนำชม เจดีย์ไจ๊ปุ่น ซึ่งบูรณะเมือง พ.ศ.2019 มีพระพุทธรูปปางประทับนั่งโดยรอบทั้ง 4 ทิศ ประกอบด้วย องค์สมเด็จพระสมณะโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้า (ผินพระพักตร์ไปทางทิศเหนือ) กับพระพุทธเจ้าในอดีต สามพระองค์คือ พระพุทธเจ้ามหากัสสปะ (ทิศตะวันตก) สร้างโดยสี่สาวพี่น้องที่อุทิศตนให้กับพระพุทธศาสนาสร้างพระพุทธรูปแทนตนเอง และสาบานตนไม่ข้องแวะกับบุรุษเพศ จากนั้นนำท่านชม วัดสัมฤทธิ์ สักการะ เจดีย์โลหะปราสาท ซึ่งมีพระพุทธรูปที่สวยพระพักตร์ประกอบด้วยธาตุทั้งห้า อันได้แก่ เงิน, ทอง, ทองแดง, ทองเหลือง, แร่ดีบุก ที่มีความสวยงาม สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงย่างกุ้ง
|
| ค่ำ |
บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังอาหารนำท่านสัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของชาวพม่า ณ ไชน่าทาวน์ ให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง อาทิ ผลไม้สด ๆ, หรือของทะเลแห้ง เช่น กุ้งแห้งกระเพาะปลา, เป๋าฮื้อ หรือจะเป็นชานม ซึ่งสินค้าส่งออกที่ไม่ควรพลาด
|
|
พักที่ PARK ROYAL HOTEL หรือเทียบเท่า (ระดับ 5 ดาว)
|
| วันที่สี่ เจดีย์ซูเลย์-วัดเจ๊าทัตจี-เจดีย์กาบาเอ-ตลาดสก๊อต-วัดพระหินอ่อน-ช้างเผือก-กรุงเทพฯ |
| 07.00 น. |
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารในโรงแรม นำท่าน ผ่านชมทัศนียภาพและเก็บภาพความประทับใจของ เจดีย์ซูเลย์ ซึ่งเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยมกลางเมืองย่างกุ้ง สร้างในสมัยที่อังกฤษยังปกครองพม่าอยู่ เปรียบเจดีย์ซูเลย์นี้ได้ดั่งหัวใจของย่างกุ้ง เพราะชาวอังกฤษได้วางผังเมืองให้เจดีย์นี้เป็นศูนย์กลาง สวนสาธารณะมหาบัณฑุละ ภายในสวนมีอนุสาวรีย์อิสรภาพ รูปเสาแหลมสูง 40 เมตร ล้อมรอบด้วยเสาหินสูง 9 เมตร 5 ต้น แทนรัฐที่ปกครองตนเองกึ่งอิสระ 5 รัฐ คือ ฉาน กะฉิ่น กะยิน (กะเหรี่ยง) กะยา และชมเมืองย่างกุ้งที่สร้างตามแบบศิลปะ วิกตอเรียผ่านศาลฎีกา และศาลอุธรณ์ และอาคารสำคัญต่างๆ ที่ก่อสร้างตามแบบอังกฤษ นำท่านชม พระพุทธไสยาสน์เจ๊าทัตจี นมัสการพระพุทธรูปนอนที่มีความยาว 55 ฟุต สูง 16 ฟุต ซึ่งเป็นพระที่มีความสวยงามมาก โดยเฉพาะดวงตา และพระบาทมีภาพมงคล 108 ประการ นำท่านชม เจดีย์กาบาเอนมัสการพระพุธรูปองค์จำลองของพระมหามุนีที่เมืองมัณฑเลย์ ผ่านชมถ้ำมหาปาตะนะกูหะ ซึ่งเป็นที่ชำระพระไตรปิฎกสังคายนาครั้งที่หกหลังจากได้รับอิสรภาพจากอังกฤษ
|
| เที่ยง |
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร (เมนูพิเศษ เป็ดปักกิ่ง) นำท่านชม วัดพระหินอ่อน ซึ่งเป็นวัดที่มีพระพุทธรูปทำจากหินอ่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก และนำท่านชมความน่ารัก แสนรู้ของ ช้างเผือก ที่มีลักษณะทั้ง 9ประการตรงตามตำราโบราณ ซึ่งหาชมได้ยากในปัจจุบัน นำท่านเลือกซื้อสินค้าที่ สก๊อตมาร์เก็ต ซึ่งสร้างโดยชาวสก๊อตสมัยเมื่อครั้งพม่ายังคงเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ ท่านจะสามารถซื้อหาของที่ระลึกพื้นเมืองได้มากมายในราคาถูก เช่น ไม้ และงาช้างแกะสลัก พระพุทธรูปไม้หอมแกะสลัก แป้งทานาคา ผ้าปักพื้นเมืองและเครื่องเงิน สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ สนามบินนานาชาติเม็งกะลาดง
|
| 19.40 น. |
ออกเดินทางกลับ กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ TG 306
|
| 21.35 น. |
เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ…..พร้อมความประทับใจมิรู้ลืม
|